“หุ้นกลุ่มสื่อโฆษณา” หุ้นกลุ่มแรกที่จะกลับมา เมื่อวิกฤติผ่านพ้น

“หุ้นกลุ่มสื่อโฆษณา” เป็นหุ้นแถวหน้าที่ได้รับผลกระทบจากการดิสปรัปชั่น จากการเปลี่ยนผ่านการเสพสื่อที่เปลี่ยนจากรูปแบบเดิมเป็นรูปแบบออนไลน์ ในขณะเดียวการดิสรัปชั่นรอบใหม่ก็เกิดขึ้นจากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ส่งผลอย่างไรกับหุ้นกลุ่มสื่อโฆษณาบ้าง เพราะด้วยข้อจำกัดของโควิดบังคับให้ทุกคน ทุกธุรกิจต้องปรับตัว!!

Wealthy Thai เลยรวบรวมข้อมูลมาฝากกันว่านักวิเคราะห์มองหุ้นกลุ่มสื่อสารในช่วงที่มีโรคระบาดอย่างไรบ้าง  และอาจเป็นโอกาสครั้งแรกของกลุ่มสื่อ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายในตลาดหุ้น


กลุ่มสื่อจะฟื้นตัวกลุ่มแรกหลังวิกฤติ


นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล
.) บัวหลวง จำกัด อธิบายว่า บล.บัวหลวงได้ศึกษารูปแบบราคาของหุ้นกลุ่มสื่อในช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ 2 ครั้งล่าสุด คือวิกฤติซับไพรม์ในปี 2551 และวิกฤติหนี้สาธารณะยุโรป 2554 พบว่า หุ้นกลุ่มสื่อเป็นหุ้นกลุ่มแรกที่ฟื้นตัวก่อนสถานการณ์โลกจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเสมอ โดยเม็ดเงินโฆษณาปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% ในปี 2549 และในปี 2550 และหลังจากนั้นปรับตัวลดลง 3% ในปี 2551 (ซึ่ง Lehman Bros ล้มเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2551 ส่งผลให้เกิด Wall Street Crash) เม็ดเงินโฆษณากลับมาทรงตัว ในปี 2552 หลังจากนั้นก็กลับมาเติบโตแข็งแกร่งที่ 12% ในปี 2553 ในปี 2554 (ช่วงวิกฤติหนี้สาธารณะยุโรป) เม็ดเงินโฆษณาปรับตัว ลดลง 4% แล้วกลับมาฟื้นตัว 12% ในปี 2555

 

จาก 2 เดือนที่ผ่านมาของปี 2563 เม็ดเงินโฆษณาปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (งบโฆษณาส่วนใหญ่ถูกล็อคไว้แล้วตั้งแต่เดือนธ.ค. 2562) จากผลสำรวจอุตสาหกรรมสื่ออย่างไม่เป็นทางการ แสดงให้เห็นว่าเม็ดเงินโฆษณาปรับตัวลดลงอย่างน้อย 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ในเดือนมีนาคม

ทั้งนี้ถ้ามาดูในรายละเอียดอย่างในวิกฤติ 2551 พบว่าราคาหุ้นกลุ่มสื่อปรับตัวลง เฉลี่ย 59% จากจุดสูงสุดในไตรมาส 2/51 มาถึงจุดต่ำสุดในไตรมาส 4/51 หลังจากนั้นราคาหุ้นมีการฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ประมาณ 60% ของราคาสูงสุด ในไตรมาส 2/51 หลังจากนั้น 3-6 เดือน สำหรับกำไรของกลุ่มปรับตัวลงเฉลี่ยราว 36% ระหว่างไตรมาส 2/51 และ 4/51 หลังจากนั้นปรับตัวลงอีกไปจนถึงไตรมาส 1/52-2/52 นั่นหมายความว่า ราคาหุ้นกลับมาฟื้นตัวได้ก่อนที่กำไรจะทำจุดต่ำสุด

 

ขณะที่วิกฤติ 2554 พบว่าราคาหุ้นกลุ่มสื่อปรับตัวลงเฉลี่ย 23% จากระดับสูงสุดในไตรมาส 2/54 ไปทำจุดต่ำสุดในไตรมาส 4/54 หลังจากนั้นราคาหุ้นมีการฟื้นตัวกลับมาอยู่สูงกว่าระดับสูงสุดในไตรมาส 2/54 หลังจากนั้น 3-6 เดือน


หุ้นสื่อตัวไหนที่นักวิเคราะห์แนะนำ

 

สำหรับวิกฤติปี 2563 ตั้งแต่การแพร่ระบาดของ Covid-19 ราคาหุ้นกลุ่มสื่อปรับตัวลงเฉลี่ย 52% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม ใกล้เคียงกับช่วง Wall Street Crash ในปี 2551 และปรับตัวลงมากกว่าช่วงวิกฤติหนี้สาธารณะยุโรปในปี 2554 ดังนั้นเราเชื่อว่าตอนนี้เป็นช่วงท้ายของการขายหุ้นกลุ่มสื่อแล้ว

 

โดยบรรดาหุ้นกลุ่มสื่อที่เราให้คำแนะนำ ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาแรงกว่าค่าเฉลี่ยของการปรับตัวลงในปี 2551 (ลดลง 59%) ประกอบด้วย WORK (-72%) และ PLANB (-67%) ดังนั้นคิดว่าทั้ง WORK และ PLANB จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรงกว่ากลุ่มเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น (หรือเมื่อตลาดทำจุดต่ำสุดไปแล้ว) แม้ว่าราคาหุ้น RS จะปรับตัวลงเพียง 44% แต่เรายังเห็นว่า RS เป็นผู้ที่มีแนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในภาวะแบบนี้ โดยมองว่ากำไรไตรมาส 1/63 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และ 200% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากได้รับผลกระทบเชิงลบน้อยกว่าหุ้นสื่อตัวอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม Wealthy Thai มองว่า แม้ว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมาในอดีตจะมีสถิติคล้ายกัน แต่นักลงทุนจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินจุดต่ำสุดของสถานการณ์ในปัจจุบันได้ ประกอบกับวิกฤติโควิด-19 นั้นได้รับผลกระทบทั่วโลก สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะรุนแรงกว่าวิกฤติเศรษฐกิจครั้งก่อนๆ จึงอยากให้กำลังใจนักลงทุนให้ผ่านช่วงนี้ไปได้ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้น ที่ดัชนีสามารถบวกลบได้วันละ 100 จุด

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : wealthythai.com